ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (7 ม.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์ร่วงลงหลังจากพุ่งแรงติดต่อกัน 2 วันทำการ ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเวเนซุเอลา และส่งสัญญาณยึดครองกรีนแลนด์
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,438.01 จุด ลดลง 272.44 จุด หรือ -1.02%, ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,257.11 จุด ลดลง 260.97 จุด หรือ -0.50% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,095.54 จุด เพิ่มขึ้น 11.88 จุด หรือ +0.29%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.3% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียดีดตัวขึ้น 0.3% หลังเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.ปรับตัวขึ้น 3.4% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.7% และชะลอตัวลงจากเดือนต.ค.ที่ระดับ 3.8%
หุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์ปรับตัวลง โดยในญี่ปุ่นนั้น หุ้น Kawasaki Heavy Industries ลดลง 1.1% ส่วนในเกาหลีใต้ หุ้น Korea Aerospace ปรับตัวลง 1.62% ขณะที่หุ้น Poongsan ดิ่งลง 4.98% และหุ้น Hanwha Aerospace ร่วงลง 1.76%
นักลงทุนประเมินสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะทำงาน กำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังทหารสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.