ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกได้แรงหนุนจากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งยังเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ขณะที่หุ้น Glencore ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในดัชนีจากกระแสคาดการณ์การควบรวมกิจการ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,124.60 จุด เพิ่มขึ้น 79.91 จุด หรือ +0.80%
ราคาหุ้น Glencore พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 หลังมีรายงานว่า บริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับ Rio Tinto เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะก่อให้เกิดกลุ่มเหมืองแร่รายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าเกือบ 2.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่หุ้น Rio Tinto ที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอน ปิดร่วงลง 3%
ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น หลังข้อมูลระบุว่า การเติบโตของการจ้างงานในสหรัฐฯ เดือนธ.ค. ชะลอลงมากกว่าที่คาด ขณะที่นักลงทุนยังคงคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมราว 0.54% ในปี 2569
หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของดัชนี FTSE 100 โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Sainsburys ร่วงลง 5.3% หลังซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่อันดับ 2 ของอังกฤษรายงานว่า ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปและเสื้อผ้าในไตรมาสคริสต์มาสปรับตัวลง
ขณะที่หุ้น IAG ปรับตัวลง 2.7% หลังกลุ่มสายการบินแต่งตั้งโฆเซ่ อันโตนิโอ บาร์ริโอนูเอโว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ British Airways ขึ้นดำรงตำแหน่ง CFO คนใหม่ของกลุ่ม โดยจะเริ่มงานในเดือนมิ.ย.