ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการเหมืองแร่สำคัญ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่จีนมีบทบาทครอบงำ
ทรัมป์กล่าวในการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า โครงการเหล่านี้จะสร้างงานหลายพันตำแหน่ง และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมระบุว่า รัฐบาลกำลังผลักดันให้คนงานเหมืองกลับมาทำงาน และนำสหรัฐฯ กลับสู่สถานะมหาอำนาจด้านแร่ธาตุของโลก
หนึ่งในโครงการสำคัญคือข้อตกลงเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Sila Nanotechnologies จากสำนักงาน Office of Strategic Capital ในสังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขยายการผลิตแอโนดซิลิคอนสำหรับแบตเตอรี่และเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังเตรียมลงทุน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Sunrise Energy Metals เพื่อขยายการผลิตสแกนเดียมในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแร่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงอุตสาหกรรมกลาโหม และลงทุนอีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Niron Magnetics บริษัทผลิตแม่เหล็กจากรัฐมินนิโซตา
ขณะเดียวกัน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการจัดหาเงินทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการเหมืองทองแดง Santa Cruz ของ Ivanhoe Electric ในรัฐแอริโซนา ตามข้อตกลงที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการลงทุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเริ่มดำเนินการเหมืองกราไฟต์ในรัฐแอละแบมา
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเตรียมใช้งบประมาณมากกว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยมีเป้าหมายฝึกอบรมคนงานเหมืองชาวอเมริกันรุ่นใหม่
ทรัมป์ระบุว่า ความพยายามดังกล่าวจะช่วยให้สหรัฐฯ ไม่ต้องพึ่งพาประเทศต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์สำหรับทรัพยากรที่จำเป็นต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในอนาคต
ผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งรวมถึง Rio Tinto Group, BHP Group, MP Materials, USA Rare Earth, Energy Fuels, US Antimony และ The Metals Company
การประชุมดังกล่าวสะท้อนความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการเร่งพัฒนาการผลิตและแปรรูปแร่สำคัญภายในประเทศ ก่อนที่ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน มีกำหนดเยือนกรุงวอชิงตันในเดือนก.ย.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช