ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (22 ก.ย.) ท่ามกลางความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้น Micron Technology
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,863.69 จุด ลดลง 185.14 จุด หรือ -0.36%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,764.64 จุด ลดลง 0.06 จุด หรือ -0.00%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,244.28 จุด เพิ่มขึ้น 122.18 จุด หรือ +0.45%
เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ และออสแตน กูลส์บี ประธานเฟด สาขาชิคาโก ได้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตันระบุว่า เธอสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวผันผวนและเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 4.94% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เตือนในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า เขาอาจทำลายล้างอิหร่าน หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมกับกล่าวว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเกิดขึ้นได้ก็น่าจะหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง 2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 1% ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยดีดตัวขึ้น 1.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 1.2%
หุ้นธนาคาร JPMorgan Chase และหุ้น Wells Fargo ต่างก็ร่วงลงกว่า 3%
ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป AI โดยหุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 5% และหุ้น Sandisk พุ่งขึ้นเกือบ 7% ขานรับข่าวบริษัท Meta Platforms ประกาศเปิดตัวผู้ช่วย AI ที่ชื่อ Muse ซึ่งสามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Argent Capital Management ให้ความเห็นว่า แม้ความสำเร็จของระบบผู้ช่วย AI ที่ชื่อว่า Muse จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าบริการดังกล่าวอาจเข้ามาแข่งขันกับบรรดาผู้ค้าปลีก โบรกเกอร์ออนไลน์ และบริษัทที่ให้บริการผู้บริโภคประเภทอื่น ๆ
นักวิเคราะห์รายนี้ยังกล่าวด้วยว่า หุ้นหลายตัวในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงในวันอังคาร จากความกังวลว่า Muse จะถูกนำไปใช้ในการจัดการเรื่องประกันภัย จองการเดินทาง และค้นหาสินค้าเพื่อสั่งซื้อ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัท Amazon ได้ทำการบล็อกไม่ให้ผู้ช่วย AI ตัวนี้เข้ามาทำรายการชอปปิงบนแพลตฟอร์มของบริษัท
ความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นแอปพลิเคชันเรียกรถอย่าง Uber Technologies และหุ้น Lyft ปรับตัวลงกว่า 1% ขณะที่หุ้น Charles Schwab ผู้ให้บริการด้านการวางแผนภาษี ร่วงลง 6.1% และหุ้น Airbnb แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับจองที่พัก ร่วงลง 3%
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันพฤหัสบดีนี้ (24 ก.ย.) โดยคาดว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแล AI ความขัดแย้งในอิหร่าน และการขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าของทั้งสองประเทศ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุลงในเดือนพ.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช