ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าบวกในวันนี้ (13 ม.ค.) และพุ่งขึ้นมากกว่า 3% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับกระแสคาดการณ์ว่า ซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังพิจารณายุบสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,540.60 จุด เพิ่มขึ้น 1,600.71 จุด หรือ +3.08%
เหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาหุ้นที่ดีดตัวขึ้นถ้วนหน้าแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น สะท้อนถึงความหวังของนักลงทุนที่มองว่า หากรัฐบาลมีความมั่นคงทางการเมืองมากขึ้น จะกลายเป็นปัจจัยบวกที่เอื้อให้ทากาอิจิสามารถผลักดันนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มกำลัง
นอกจากนี้ กลุ่มผู้เล่นในตลาดยังเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจชิงยุบสภาในจังหวะที่รัฐบาลยังมีคะแนนนิยมอยู่ในเกณฑ์สูง จะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลสามารถกวาดที่นั่งในสภาได้เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพในการบริหารประเทศต่อไปได้
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้ว่า "ที่ผ่านมาบรรดาสื่อมวลชนเริ่มรายงานถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ภายในปี 2569 อยู่บ้างแล้ว ... แต่การที่ (ทากาอิจิ) อาจจะตัดสินใจประกาศยุบสภาทันทีตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาสามัญเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเหนือความคาดหมายอย่างมาก"
นอกจากปัจจัยทางการเมืองในประเทศแล้ว การอ่อนค่าของเงินเยนยังเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกอื่น ๆ ให้ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนยังได้รับอานิสงส์จากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มธนาคารก็มีแรงซื้อเข้ามาอย่างคึกคักจากความคาดหวังของนักลงทุนว่า ผลประกอบการของภาคธนาคารจะมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น