ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบสามวันทำการติดต่อกันในวันนี้ (19 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังข้อมูล GDP ไตรมาส 4/2568 ของจีนที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะเดียวกันก็กังวลที่สหรัฐอเมริกาขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 26,563.90 จุด ลดลง 281.06 จุด หรือ -1.05%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงนำตลาด โดยหุ้น SMIC ลดลง 2.78%, Kuaishou ลดลง 2.04% และ Xiaomi ปรับตัวลง 1.67% ด้านหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ก็ลดลงเช่นกัน โดยหุ้น Sino Biopharma ดิ่งลง 6.19%, Hansoh ร่วงลง 4.00% และ Akeso ร่วงลง 3.06%
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 ของจีน ขยายตัวเพียง 4.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี และชะลอตัวลงจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 4.8% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศซบเซาลง แม้ว่าตลอดปี 2568 ตัวเลข GDP ขยายตัวที่ระดับ 5% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ประมาณ 5% ก็ตาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.)
ในเดือนธ.ค. ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 แม้มีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำก็ตาม