ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (21 ม.ค.) โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยกระดับความตึงเครียดครั้งใหม่ด้วยการขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 52,228.08 จุด ลดลง 763.02 จุด หรือ -1.44%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,397.04 จุด ลดลง 90.47 จุด หรือ -0.34% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,103.53 จุด ลดลง 10.12 จุด หรือ -0.25%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดลบ 0.32% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.09%
ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์
ต่อมาในวันจันทร์ (19 ม.ค.) ปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีไวน์และแชมเปญที่นำเข้าจากฝรั่งเศสในอัตรา 200% หลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ไม่เต็มใจเข้าร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) ที่ปธน.ทรัมป์ตั้งขึ้น
ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ EU กำลังเร่งร่างมาตรการดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับผู้นำยุโรป ก่อนที่จะมีการประชุมสำคัญร่วมกับปธน.ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้