ดาวโจนส์พุ่งกว่า 200 จุด หลัง "ทรัมป์" ยืนยันไม่ใช้กำลังเข้าควบคุมกรีนแลนด์

ข่าวต่างประเทศ Wednesday January 21, 2026 22:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ใช้กำลังเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์

ณ เวลา 21.56 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 266.43 จุด หรือ 0.55% สู่ระดับ 48,755.02 จุด

'นี่อาจเป็นถ้อยแถลงที่สำคัญที่สุดที่ผมพูด เพราะหลายคนคิดว่าผมจะใช้กำลัง แต่ผมไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ผมไม่ต้องการใช้กำลัง และผมจะไม่ใช้กำลัง' ปธน.ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้

ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขามีความเคารพอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์ก

'ไม่มีประเทศใด หรือกลุ่มประเทศใด ที่มีความพร้อมในการปกป้องกรีนแลนด์ได้ดีกว่าสหรัฐอเมริกา'

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า หลักฐานในสงครามโลกครั้งที่สองระบุว่า เมื่อเดนมาร์กพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีภายในเวลาเพียงหกชั่วโมงของการสู้รบ สหรัฐก็จำเป็นต้องส่งกองกำลังเข้าไปยึดและรักษากรีนแลนด์ไว้ ด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายมหาศาล

'หลังสงคราม ซึ่งเราชนะ เราชนะอย่างยิ่งใหญ่ มิฉะนั้น ทุกคนอาจกำลังพูดภาษาเยอรมันและภาษาญี่ปุ่นกันอยู่ก็ได้ และต่อมา สหรัฐก็ได้คืนการควบคุมเกาะกรีนแลนด์ให้แก่เดนมาร์ก'

ปธน.ทรัมป์ย้ำว่า ความต้องการของสหรัฐในการซื้อกรีนแลนด์ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวยกย่องผลงานรัฐบาลของตน พร้อมกล่าวว่าเขาเชื่อว่าสหรัฐได้เปลี่ยนจากการเป็นเศรษฐกิจที่ตายแล้ว มาเป็น เศรษฐกิจที่ร้อนแรงที่สุดในโลก ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี

'วันนี้ หลังจากที่ผมได้ทำงานในทำเนียบขาวครบ 12 เดือน เศรษฐกิจของเรากำลังเฟื่องฟู การเติบโตพุ่งแรง ผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนทะยานขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อลดลง สหรัฐกำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา'

เมื่อกล่าวถึงตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปธน.ทรัมป์ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่แล้วถึง 52 ครั้ง นับตั้งแต่การเลือกตั้ง

'เราเคยเป็นประเทศที่ตายแล้ว แต่ตอนนี้เราเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตในอัตราสองเท่าของที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และจากการใช้นโยบายการขยายตัวและมาตรการภาษีของผม มันควรจะสูงกว่านั้นอีก'

ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า สหรัฐเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของโลก และเมื่ออเมริกาเฟื่องฟู โลกทั้งโลกก็จะเฟื่องฟูตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมกับหลายฝ่ายในการประชุม WEF เพื่อหารือในประเด็นกรีนแลนด์

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเป็นประธานในพิธีเปิดตัว "คณะกรรมการสันติภาพ" ก่อนที่จะเดินทางกลับสู่กรุงวอชิงตัน ดีซี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ