ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (18 ส.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังคงยืดเยื้อระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 68,098.54 จุด ลดลง 1,121.71 จุด หรือ -1.62%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,287.25 จุด ลดลง 165.98 จุด หรือ -0.65%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,966.99 จุด ลดลง 15.66 จุด หรือ -0.39%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.17%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.1%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 0.48% แตะที่ 91.31 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 0.62% แตะที่ระดับ 85.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาไม่สนใจที่จะขยายกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. และสิ้นสุดลงเมื่อวานนี้ (17 ส.ค.)
ทั้งนี้ กรอบเวลา 60 วันถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะใช้มาตรการทางการทูตในการทำข้อตกลงที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคและบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากเข้ามาขวางแผนการของสหรัฐฯ ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท