ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (30 ม.ค.) และทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่า ขณะที่นักลงทุนประเมินการแต่งตั้ง เควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,223.54 จุด เพิ่มขึ้น 51.78 จุด หรือ +0.51% และทำสถิติขาขึ้นรายเดือนยาวนานที่สุดในรอบกว่า 12 ปี
เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยหนุนบริษัทส่งออกในดัชนี FTSE 100 แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง
นักวิเคราะห์กล่าวว่า เงินปอนด์ที่อ่อนค่าถือเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทข้ามชาติ
ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารบวก 1.6% ขณะที่ปรับตัวขึ้น 3.5% ในรอบสัปดาห์นี้ และเพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนนี้
หุ้น Lloyds พุ่งขึ้น 3.3% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้เลือกเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่แทนเจอโรม พาวเวล ที่จะครบวาระในเดือนพ.ค.นี้
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 6% หลังราคาทองคำร่วงลงกว่า 8% เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีกลุ่มดังกล่าวยังคงพุ่งขึ้น 19% ในเดือนนี้
ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองโลหะอุตสาหกรรมร่วงลง 2%
ทรัมป์เตือนว่า การที่สหราชอาณาจักรกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องอันตราย ขณะที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์กล่าวยกย่องประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับจีนระหว่างการเยือนประเทศดังกล่าว
ผลสำรวจของ Lloyds ระบุว่า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของอังกฤษอ่อนแอลงในเดือนม.ค. หลังความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อธุรกิจของตนและแผนการจ้างงาน
หุ้น Experian บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเครดิต พุ่งขึ้น 2.3% ติดหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ