สิงคโปร์จ่อเว้นภาษี-ขยายวีซ่า ONE Pass ดูดหัวกะทิสายลงทุน สู้ฮ่องกง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday August 19, 2026 14:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สิงคโปร์ประกาศเตรียมออกมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับผลกำไรจากการบริหารจัดการกองทุน พร้อมผ่อนปรนเกณฑ์การออกวีซ่า ONE Pass ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เพื่อรับมือกับการแข่งขันระดับนานาชาติที่รุนแรงขึ้นในภาคธุรกิจการจัดการสินทรัพย์ โดยมุ่งสกัดคู่แข่งสำคัญอย่างฮ่องกง และรักษาตำแหน่งศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำของภูมิภาค

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และกระทรวงการคลัง มีแผนที่จะยกเว้นภาษีเงินได้จากผลกำไรที่เกิดจากการบริหารจัดการกองทุนบางประเภท ซึ่งครอบคลุมกองทุนของกลุ่มสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัวเดี่ยว (Single Family Office: SFO) โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในงบประมาณปีหน้า

ชี ฮง ทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติและรองประธาน MAS เปิดเผยในวันนี้ (19 ส.ค.) ว่า การเปิดเผยทิศทางนโยบายของรัฐบาลให้ภาคอุตสาหกรรมรับทราบล่วงหน้านั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกลงทุน จัดตั้งสำนักงาน และขยายธุรกิจในสิงคโปร์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สมาคมการจัดการการลงทุนทางเลือก (AIMA) ได้ส่งจดหมายเตือนถึง MAS เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมาว่า ร่างกฎหมายใหม่ของฮ่องกงที่จะเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผลตอบแทนตามผลงานของผู้จัดการกองทุนรายบุคคลนั้น จะทำให้ส่วนต่างของอัตราภาษีที่แท้จริงระหว่างฮ่องกงกับสิงคโปร์ขยายกว้างขึ้น และอาจส่งผลให้ฮ่องกงมีความน่าดึงดูดใจต่อผู้จัดการกองทุนมากกว่าสิงคโปร์

นอกจากมาตรการทางภาษีแล้ว MAS และกระทรวงแรงงานยังเตรียมขยายสิทธิ์การเข้าถึงวีซ่าสำหรับผู้มีความสามารถระดับสูงจากต่างประเทศ (Overseas Networks & Expertise Pass หรือ ONE Pass) ให้แก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน โดยวีซ่าประเภทนี้มีอายุสูงสุด 5 ปี (สามารถต่ออายุได้) และมอบความยืดหยุ่นให้ผู้ถือวีซ่าสามารถทำงานให้กับหลายบริษัทได้พร้อมกันในคราวเดียว โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าใหม่เมื่อเปลี่ยนงาน

ขณะเดียวกัน MAS ยังตั้งเป้าที่จะดึงดูดให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์เข้ามาปักหลักหรือขยายฐานการดำเนินงานในสิงคโปร์ ผ่านโครงการสนับสนุนการลงทุน ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก MAS ระบุว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจการจัดการสินทรัพย์ของสิงคโปร์มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.5% จนมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) พุ่งแตะเกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สิงคโปร์

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ