ชาวสเปนหลายหมื่นคนรวมตัวประท้วงในกรุงมาดริดและเมืองต่างๆ ทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย หลังฝ่ายค้านในรัฐสภาคว่ำมาตรการแก้ปัญหาที่รัฐบาลเสนอ
การประท้วงมีขึ้นหนึ่งวันหลังรัฐสภาไม่ผ่านมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจัดทำขึ้นหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีหญิงวัย 87 ปีในกรุงมาดริดถูกไล่ออกจากที่พัก รวมถึงปัญหาด้านที่อยู่อาศัยอื่นๆ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนถือป้ายเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ
รัฐบาลสเปนประเมินว่า มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมในกรุงมาดริดราว 70,000 คน ขณะที่การประท้วงในอีกประมาณ 50 เมืองทั่วประเทศเป็นไปอย่างสงบ โดยการชุมนุมในกรุงบาร์เซโลนาและเมืองฮอสปิตาเลต เด โลเบรกัต ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ต้องยกเลิกเนื่องจากฝนตกหนัก
อย่างไรก็ตาม ที่เมืองบาเลนเซียทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ โดยตำรวจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม หลังผู้ประท้วงราว 30 คนบุกเข้าไปในอาคารสำคัญทางวัฒนธรรมของเมือง ก่อนถูกตำรวจขับไล่ออกมา
ด้านวาเลเรีย ราคู โฆษกสหภาพผู้เช่า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในกรุงมาดริดว่า กลุ่มผู้ประท้วงเตรียมเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ หลังจากหารือกับสหภาพแรงงาน
ขณะเดียวกัน สื่อสเปนรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ อาจประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือน พ.ย. หลังมาตรการดังกล่าวไม่ผ่านรัฐสภา อย่างไรก็ตาม สำนักงานนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง