ผู้บัญชาการตำรวจกรุงปารีสเตือนสถานการณ์การประท้วงของนักเรียนที่ลุกลามไปทั่วฝรั่งเศสเริ่มควบคุมไม่อยู่ หลังเกิดเหตุปะทะกับตำรวจและการทำลายทรัพย์สินในหลายพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมกลับมาเคลื่อนไหวอย่างสันติ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากเกิดความรุนแรงหรือการก่อความเสียหายเพิ่มเติม
ปาทริซ โฟร์ ผู้บัญชาการตำรวจกรุงปารีส ระบุในจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) ว่า ผู้ที่ริเริ่มการเคลื่อนไหวไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อีกต่อไป พร้อมเรียกร้องให้นักเรียนยุติการปิดทางเข้าโรงเรียนและเหตุวุ่นวาย
โฟร์ยังเรียกร้องให้ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เขาเรียกว่า ผู้ก่อจลาจลอาชีพ และกลุ่มผู้สนับสนุน พร้อมย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่การเคลื่อนไหวควรกลับมาอยู่ในแนวทางสันติ
รายงานระบุว่า สถานการณ์ประท้วงทวีความรุนแรงตั้งแต่วันศุกร์ (2 ต.ค.) หลังตำรวจปราบจลาจลปะทะกับนักเรียนมัธยมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่สหภาพแรงงานเรียกร้องให้ครูหยุดงาน ส่งผลให้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงต้องเร่งรับมือกับการประท้วงที่รุนแรงขึ้น
นับตั้งแต่วันจันทร์ (28 ก.ย.) มีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศแล้วราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย ขณะที่อากาธ ฟูโกต์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส เปิดเผยกับสถานีวิทยุ RTL ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บแล้วกว่า 600 นาย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานครูและประชาชนถูกทำร้าย และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านยูโร
ด้านสหภาพนักเรียนเตรียมจัดการชุมนุมทั่วประเทศในวันอังคารหน้า (6 ต.ค.) ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาการชุมนุมในใจกลางกรุงปารีสเป็นพิเศษ เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก และกลุ่มอนาธิปไตยฝ่ายซ้ายอาจเข้ามาแทรกแซงการเคลื่อนไหว
นักเรียนที่ร่วมปิดทางเข้าโรงเรียนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาห้องเรียนแออัด ครูไม่เพียงพอ และอาคารเรียนทรุดโทรม โดยกล่าวโทษการลงทุนด้านการศึกษาที่ไม่เพียงพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง