ตลาดหุ้นลอนดอนปิดอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (3 ก.พ.) หลังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงขายอย่างหนักจนบดบังการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ (5 ก.พ.)
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,314.59 จุด ลดลง 26.97 จุด หรือ -0.26%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 11.8% หลังแรงขายหุ้นซอฟต์แวร์และบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น จากการอัปเดตโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่จุดกระแสความกังวลใหม่ว่า บริษัทเดิมในตลาดอาจไม่สามารถปกป้องรูปแบบธุรกิจของตนได้
หุ้นกลุ่มข้อมูลธุรกิจ RELX ร่วงลง 15% ขณะที่ผู้ให้บริการตลาดหลักทรัพย์และข้อมูลอย่าง London Stock Exchange Group ร่วงลง 12.7% โดยทั้งสองบริษัทได้รับผลกระทบจากแรงขายหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI ในวงกว้าง
ดัชนีหุ้นกลุ่มวาณิชธนกิจเพื่อการลงทุนลดลง 1.5% ส่วนดัชนีค้าปลีก ร่วงลง 2.6%
นักวิเคราะห์ระบุว่า หากมองในภาพรวมทั่วโลก ความต้องการรับความเสี่ยงยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หลังความผันผวนในตลาดโลหะที่เกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และเมื่อความปั่นป่วนในตลาดโลหะคลี่คลายลง ตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับบรรยากาศการลงทุนที่รับความเสี่ยงมากขึ้นอีกครั้ง
ราคาทองคำทำสถิติปรับตัวขึ้นในวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 หลังหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ถูกเทขายติดต่อกัน 2 วัน โดยนักลงทุนระบุว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนถัดไป
ดัชนีหุ้นเหมืองแร่โลหะมีค่าพุ่งขึ้น 5% ยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน
หุ้นเหมืองรายใหญ่อย่าง Rio Tinto และ Anglo American พุ่งขึ้น 3.4% และ 7.2% ตามลำดับ โดยราคาทองแดงปรับขึ้นด้วย หลังความกังวลด้านอุปทานและแนวโน้มอุปสงค์ช่วยหนุนโลหะชนิดนี้
ธนาคารกลางอังกฤษคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ในวันพฤหัสบดีนี้
ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสหราชอาณาจักรชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.0% ในช่วง 4 สัปดาห์จนถึงวันที่ 25 ม.ค. พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. โดยเกิดขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางอังกฤษจับตาราคาสินค้าอาหารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสัญญาณแรงกดดันเงินเฟ้อในภาพรวม