นางมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวอ้างว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีอิหร่าน
พวกเขากำลังหารือเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน นางกรีนโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันอาทิตย์
ดิฉันไม่ได้คาดเดา ดิฉันรู้ และมันเป็นเรื่องชั่วร้ายอย่างแท้จริง นางกรีนระบุ
นางกรีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของปธน.ทรัมป์ในสภาคองเกรส เรียกร้องให้ชาวอเมริกันต่อต้านความพยายามใด ๆ ที่จะยกระดับสงครามให้รุนแรงขึ้น
ประชาชนจำเป็นต้องออกมาพูดและหยุดความบ้าคลั่งนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกรีนกับปธน.ทรัมป์ได้ล่มสลายลง หลังจากเธอกดดันให้มีการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก
นางกรีนกล่าวหาว่า สหรัฐเปิดฉากทำสงครามอิหร่าน เพียงเพราะว่าอิสราเอลออกมาเตือนเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ทรัมป์และรัฐบาลของเขาได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของเราว่า อิหร่านยังคงห่างไกลจากการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิสราเอลก็พูดข้อความเดิมที่พูดซ้ำมาหลายทศวรรษว่า อิหร่านจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์'
และตอนนี้รัฐบาลของเราเองกำลังหารือกันเรื่องการลดเกณฑ์ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เพื่อที่จะนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้กับอิหร่าน ทั้งที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าเขาชนะสงครามอิหร่านมาแล้วประมาณ 40 ครั้ง และบอกว่าสหรัฐสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ นางกรีนกล่าว
นางกรีนเตือนว่า การยกระดับความขัดแย้งอาจนำไปสู่หายนะนิวเคลียร์ระดับโลก ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และการสูญเสียชีวิตในระดับที่คนหลายรุ่นไม่เคยพบเห็น
คำกล่าวของนางกรีนมีขึ้น ขณะที่กองทัพสหรัฐกำลังประสบปัญหาอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง
เอ็นบีซีนิวส์รายงานในเดือนนี้ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังร่างแผนที่จะเพิ่มบทบาทของการใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีพิสัยใกล้ในการสู้รบระดับภูมิภาค
มุมมองของเราคือ เราจำเป็นต้องมีทางเลือกด้านนิวเคลียร์ที่น่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์
สหรัฐยังคงเป็นประเทศเดียวในโลกที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงคราม หลังจากที่ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในปี 1945
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ