ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (4 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ซึ่งนำโดยผู้ผลิตยา GSK หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสออกมาสดใส ขณะที่นักลงทุนรอการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ (5 ก.พ.)
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,402.34 จุด เพิ่มขึ้น 87.75 จุด หรือ +0.85%
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวขึ้น 1.9% หลังหุ้น GSK พุ่งขึ้น 6.9% แตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี จากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ออกมาดีกว่าคาด
ลุค มีลส์ ซีอีโอของบริษัท ระบุว่า ระยะการเติบโตถัดไปของ GSK จะมุ่งเน้นการเร่งงานวิจัยและพัฒนา โครงการที่สามารถยกระดับมาตรฐานการรักษา และการเข้าซื้อกิจการเสริมเพื่อเพิ่มการเติบโตของยอดขาย
หุ้น Beazley พุ่งขึ้น 6.9% หลังบริษัทประกันภัยของอังกฤษตกลงเงื่อนไขข้อเสนอเข้าซื้อกิจการมูลค่า 8 พันล้านปอนด์จาก Zurich Insurance ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยแรงหนุนดังกล่าวช่วยให้ดัชนีกลุ่มประกันวินาศภัยพุ่งขึ้น 4.7% และทำผลงานดีกว่ากลุ่มอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน หุ้นซอฟต์แวร์ในยุโรปยังคงอยู่ในความสนใจ หลังเผชิญแรงขายในวันอังคาร จากการอัปเดตโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยใหม่เกี่ยวกับความสามารถของบริษัทซอฟต์แวร์ในการปกป้องรูปแบบธุรกิจของตน
หุ้น RELX ปรับตัวลง 1.3% หลังร่วงแรงในวันอังคาร, หุ้น Softcat ร่วงลง 9.1% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี, หุ้น HG Capital ร่วงลงอีก 6.2% และหุ้นบริษัทโฆษณา WPP ร่วงลง 3.6% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2541
อัตราดอกเบี้ยของสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มปรับลดลงเพิ่มเติมในปีนี้ แต่ BoE อาจยังไม่ให้ความชัดเจนในวันพฤหัสบดีนี้ว่า จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดหรือมากเพียงใด เนื่องจากยังรอภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยคาดว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75%
ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า กิจกรรมในภาคบริการของสหราชอาณาจักรขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนม.ค. และความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทต่าง ๆ รายงานว่าราคาสินค้าและบริการของตนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ BoE ต้องจับตาเป็นพิเศษก่อนการประชุมนโยบายการเงิน