ภาวะตึงตัวของอุปทานแร่หายากในญี่ปุ่นยังคงยืดเยื้อ หลังข้อมูลที่เผยแพร่ในวันนี้ (20 มิ.ย.) ระบุว่า การส่งออกแร่หายากหลายชนิดจากจีนไปยังญี่ปุ่นซึ่งใช้ในการผลิตแม่เหล็กสมรรถนะสูง แทบหยุดชะงักในเดือนพ.ค. โดยสถานการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางการทูตระหว่างปักกิ่งและโตเกียวเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน
ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า จีนไม่ได้ส่งออกเทอร์เบียม (Terbium) หรือดิสโพรเซียม (Dysprosium) ไปยังญี่ปุ่นเลยนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ขณะที่การส่งออกอิตเทรียม (Yttrium) ตั้งแต่เดือนธ.ค. มีเพียงปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น
มาตรการควบคุมการส่งออกของจีนครอบคลุมแร่หายากสำคัญ เช่น ดิสโพรเซียม, เทอร์เบียม และอิตเทรียม ซึ่งใช้ในโลหะผสมและสารเคลือบชนิดพิเศษ รวมถึงโลหะหายากเฉพาะทางบางประเภท โดยมาตรการดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการทูตที่สำคัญของจีน
จีนเริ่มใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากหนักบางประเภทและแม่เหล็กที่มีส่วนประกอบของแร่เหล่านี้ในเดือนเม.ย. 2568 ก่อนเพิ่มความเข้มงวดต่อการส่งออกไปยังญี่ปุ่นในเดือนม.ค. และยกระดับมาตรการอีก 2 ครั้งในเดือนถัดมา โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น
ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้น หลังจาก ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความเห็นเกี่ยวกับไต้หวันเมื่อเดือนพ.ย. ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างปักกิ่งและโตเกียวเข้าสู่ภาวะชะงักงัน
ข้อจำกัดด้านการส่งออกดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความพร้อมของแม่เหล็กบางประเภท และกระตุ้นให้ญี่ปุ่นเร่งลงทุนเพื่อสร้างแหล่งจัดหาแร่หายากหนักแห่งใหม่
ล่าสุด ชิน-เอ็ตสึ เคมิคอล (Shin-Etsu Chemical) ผู้ผลิตแม่เหล็กแร่หายากรายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยแผนก่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่หายากแห่งใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้บริโภคแกลเลียม (Gallium) สำหรับอุตสาหกรรมชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกนอกเหนือจากจีน ได้รับแรงหนุนบางส่วนในเดือนพ.ค. หลังจีนส่งมอบแกลเลียมลอตใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.
อย่างไรก็ตาม การส่งออกแม่เหล็กแร่หายากของจีนในเดือนพ.ค. ลดลง 35% จากเดือนเม.ย. และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณการส่งออกในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านั้นจะยังอยู่ใกล้เคียงกับระดับเฉลี่ยในอดีตก็ตาม