ตลาดหุ้นลอนดอนปิดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (11 ก.พ.) โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มบริษัทสร้างบ้านและกลุ่มพลังงานช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,472.11 จุด เพิ่มขึ้น 118.27 จุด หรือ +1.14%
ดัชนีกลุ่มบริษัทสร้างบ้านพุ่งขึ้น 3.1% หลังมีรายงานว่ารัฐบาลพรรคแรงงานกำลังพิจารณาแผนโครงการ Help to Buy เวอร์ชันใหม่ เพื่อสนับสนุนอุปสงค์บ้านใหม่ที่ชะลอตัว โดยหุ้น Vistry Group, Bellway และ Persimmon พุ่งขึ้นระหว่าง 4.2%-5.4%
นักวิเคราะห์ระบุว่า บริษัทสร้างบ้านรายใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนธุรกิจสูงในพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก
หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 3.6% หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯอิหร่าน และสัญญาณอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากสต็อกน้ำมันดิบที่ลดลง โดยหุ้น BP และหุ้น Shell พุ่งขึ้น 5.4% และ 2.9% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มบริหารความมั่งคั่งของอังกฤษปรับตัวลง โดยหุ้น Aberdeen Group, Quilter, IG Group และ AJ Bell ลดลงในช่วง 2.8%-7.9% ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ หลังสตาร์ตอัปด้านบริหารความมั่งคั่ง Altruist เปิดตัวฟีเจอร์วางแผนภาษีที่ใช้ AI ซึ่งจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อบริษัทดั้งเดิม
หุ้น St. James's Place ร่วงลง 13.4%
ส่วนหุ้น London Stock Exchange Group ปิดบวก 0.2% หลังมีรายงานข่าวว่า นักลงทุนเชิงรุก Elliott Management เข้าถือหุ้นและกำลังเจรจากับบริษัทข้อมูลและวิเคราะห์ทางการเงินรายนี้เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงาน
นักลงทุนประเมินข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง โดยจำนวนการจ้างงานในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด และอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3%
สำหรับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น GDP ไตรมาส 4 ของสหราชอาณาจักรมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานเดือนธ.ค. จะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า