ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันในวันศุกร์ (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากดีลควบรวมและซื้อกิจการของบริษัทต่าง ๆ รวมถึงความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งช่วยชดเชยความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจสร้างความปั่นป่วนต่อหลายอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,446.35 จุด เพิ่มขึ้น 43.91 จุด หรือ +0.42%
การเปิดตัวเครื่องมือ AI รุ่นใหม่จำนวนมากตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเสี่ยงที่โมเดลใหม่ ๆ อาจกระทบต่อธุรกิจแบบดั้งเดิม
หุ้นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเครดิต Experian, ตลาดหลักทรัพย์ London Stock Exchange Group และกลุ่มข้อมูล RELX ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกเทขายหนักที่สุดในช่วงตลาดโลกปรับฐาน กลับมาฟื้นตัวในวันศุกร์
นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อดีลควบรวมและซื้อกิจการครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการบริษัทจัดการกองทุน Schroders โดยนักลงทุนจากสหรัฐฯ และแผนของ NatWest Group ในการซื้อบริษัทบริหารความมั่งคั่ง Evelyn Partners
ข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวเพียง 0.1% ในไตรมาส 4 เท่ากับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนหนึ่งสะท้อนความไม่แน่นอนก่อนการประกาศงบประมาณเดือนพ.ย.ของรัฐมนตรีคลังราเชล รีฟส์
ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักความเป็นไปได้ 63.4% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม ฮิว พิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BoE เตือนว่า เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ใกล้ระดับ 2.5% และอัตราดอกเบี้ยจำเป็นต้องคงอยู่ในระดับตึงตัวจนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อชะลอลงอย่างยั่งยืน
หุ้น NatWest ร่วงลง 2.5% แม้รายงานกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น 24% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย และตั้งเป้าผลการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น ขณะเร่งลงทุนในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของอังกฤษ
หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับตัวขึ้น 3.1% หลังมีรายงานว่านายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เตรียมผลักดันความร่วมมือด้านกลาโหมข้ามชาติในการประชุมความมั่นคงมิวนิกในช่วงสุดสัปดาห์นี้