ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (5 มี.ค.) โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นทะลุ 4% ในระหว่างการซื้อขายช่วงสั้น ๆ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนผ่อนคลายลง ภายหลังมีรายงานข่าวจากสื่อว่า อิหร่านกำลังพยายามบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 55,278.06 จุด พุ่งขึ้น 1,032.52 จุด หรือ +1.90%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มธนาคาร
หุ้นแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต่างปรับตัวขึ้นตามทิศทางบวกของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากที่ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงไปกว่า 4,600 จุดในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาจนถึงวันพุธ (4 มี.ค.) ซึ่งเป็นการลบล้างช่วงบวกทั้งหมดที่เคยทำไว้หลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์เปิดเผยว่า แม้ความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อความขัดแย้งจะผ่อนคลายลงบ้างแล้ว แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ยังไม่ได้คลี่คลายลงไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงดังกล่าว
โทชิกาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นจาก IwaiCosmo Securities Co. กล่าวว่า "มุมมองของตลาดที่มองว่าหุ้นร่วงลงมามากพอแล้ว ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง... รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ได้เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืน"
ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาตลาดได้ลดช่วงบวกลงบางส่วนตามการปรับตัวขึ้นของสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) แต่ก็สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้อีกครั้งจากแรงช้อนซื้อหุ้นถูก โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่และกลุ่มที่ร่วงลงไปอย่างหนักก่อนหน้านี้เป็นแกนนำในการดันตลาด