ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากการที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ซึ่งจะกระตุ้นเงินเฟ้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ณ เวลา 20.02 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 312 จุด หรือ 0.65% สู่ระดับ 47,671 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 2.1% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 และทำสถิติร่วงลงมากที่สุดรายสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนต.ค.2568
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 86 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันนี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2567 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 89 ดอลลาร์/บาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า นายซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวอาหรับต้องหยุดการส่งออกภายในเวลาอีกไม่กี่วัน และคาดว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นถึง 150 ดอลลาร์/บาร์เรลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หากเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3%