ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 ในวันนี้ (9 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน ได้ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นทั่วโลก และหนุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,599.00 จุด ลดลง 252.00 จุด หรือ -2.85% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 8,823.60 จุด ลดลง 261.50 จุด หรือ -2.88%
ภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก อาจสร้างความท้าทายด้านอุปทานให้กับออสเตรเลีย ขณะที่คริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียมีปริมาณน้ำมันเบนซินสำรองสำหรับการใช้งาน 36 วัน น้ำมันดีเซล 34 วัน และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน 32 วัน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับ 90 วันตามที่ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) แนะนำเป็นอย่างมาก
ด้านมิเชล บูลล็อก ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เตือนว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และอาจส่งผลให้ RBA จำเป็นต้องปรับขึ้นตราดอกเบี้ย
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง 4.8% ในวันนี้ นำโดยหุ้น BHP Group ดิ่งลง 5.1% สวนทางกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้น 1.7% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567