ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกยกแผงในวันนี้ (11 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ และขานรับราคาน้ำมันที่ลดลงหลังพุ่งขึ้นเกือบแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ ท่ามกลางความวิตกอย่างหนักเกี่ยวกับความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยเทรดเดอร์คาดว่ากลุ่มประเทศต่าง ๆ จะระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจากสงคราม
ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 54,917.93 จุด เพิ่มขึ้น 669.54 จุด หรือ +1.23%, ดัชนีฮั่งเส็งเปิดตลาดที่ระดับ 26,112.08 จุด เพิ่มขึ้น 152.18 จุด หรือ +0.59% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดตลาดที่ระดับ 4,123.67 จุด ขยับขึ้น 0.53 จุด หรือ +0.01%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.2% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.35%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 11% ในวันอังคาร (10 มี.ค.) ซึ่งเป็นการดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2565 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ และสหรัฐจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 11.32 ดอลลาร์ หรือ 11.94% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 11.16 ดอลลาร์ หรือ 11.28% ปิดที่ 87.80 ดอลลาร์/บาร์เรล