ท่าอากาศยานอิหม่ามโคไมนี (Imam Khomeini International Airport - IKA) ของอิหร่านกลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (25 เม.ย.) ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ หลังจากเกิดการสู้รบในช่วงที่ผ่านมา
สายการบินภายในประเทศได้เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินตามตารางเบื้องต้นแล้ว โดยเที่ยวบินแรกออกเดินทางไปยังนครอิสตันบูลของตุรกีและกรุงมัสกัตของโอมาน
ในขณะเดียวกัน ความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป โดยการเจรจาที่มีความสำคัญสูงมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้โอกาสที่จะเกิดความคืบหน้าครั้งใหญ่ยังคงมีจำกัด โดยจาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตของสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อหารือแนวทางยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 8 สัปดาห์กับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่มีแผนพบกับฝ่ายสหรัฐฯ โดยตรง และจะใช้ปากีสถานเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อเสนอแทน
ความตึงเครียดทางการทูตยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก
ข้อมูลการติดตามการเดินเรือสะท้อนสถานการณ์ที่ตึงตัวอย่างชัดเจน โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวน้อยกว่า 5 ลำ เทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสงครามที่ประมาณ 130 ลำต่อวัน ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกดดันให้อิหร่านยอมอ่อนข้อเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และบทบาทในภูมิภาค
แม้สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะชะงักงัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่าอิหร่านกำลังเตรียมยื่นข้อเสนอ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่ามีความคืบหน้าบางส่วนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
ขณะเดียวกัน ความสูญเสียทั้งด้านมนุษย์และเศรษฐกิจยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 ราย และราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ความขัดแย้งครั้งนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ
ด้านตลาดพลังงานทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว นักลงทุนกำลังประเมินความเป็นไปได้ของการหยุดยิงควบคู่กับความเสี่ยงที่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคจะยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เคลื่อนไหวเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในสัปดาห์นี้ จากความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพ และการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งที่สำคัญ
แม้อิสราเอลและเลบานอนได้ขยายเวลาการหยุดยิงระหว่างกันออกไป แต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเวลาสำหรับทั้งสองฝ่ายกำลังลดลง และตราบใดที่ยังไม่มีช่องทางการเจรจาที่ชัดเจน ความเสี่ยงด้านราคาพลังงานยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป