ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลงในวันนี้ (12 มี.ค.) ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลด้านการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่กับ 16 ประเทศคู่ค้าสำคัญ ซึ่งรวมถึงอินเดีย
ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 76,369.65 จุด ลดลง 494.06 จุด หรือ -0.64%
หุ้น 14 จากทั้งหมด 16 กลุ่มหลักเปิดตลาดในแดนลบ ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางต่างปรับตัวลงกลุ่มละประมาณ 1.5%
ตลาดปรับตัวลงขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิรักเปิดเผยว่า เรือบรรทุกวัตถุระเบิดของอิหร่านพุ่งชนเรือบรรทุกน้ำมันเตา 2 ลำ ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งที่บานปลายจากสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำกับอิหร่าน ส่งผลให้ท่าเรือน้ำมันต้อง "หยุดปฏิบัติการโดยสิ้นเชิง"
บริษัทหลักทรัพย์ SBI Securities ระบุว่า การที่ราคาน้ำมันดิบกลับมาทะยานแตะหลัก 100 ดอลลาร์ได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดหุ้นในประเทศอีกครั้ง เนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และบีบให้อุตสาหกรรมหลายภาคส่วนในอินเดียต้องลดการผลิตรวมถึงปิดโรงงาน
หุ้นกลุ่มการเงิน ธนาคารเอกชน และธนาคารของรัฐ ต่างร่วงลงกลุ่มละ 1.2%
ทีมนักวิเคราะห์จาก Jefferies ชี้ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้กลุ่มธนาคารมีความเสี่ยงที่จะมีต้นทุนสินเชื่อสูงขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) อาจเผชิญแรงกดดันต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ต้นทุนสินเชื่อ และการเติบโตของธุรกิจ
บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันเพิ่มเติมหลังรัฐบาลวอชิงตันเปิดฉากการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อ 16 ประเทศ รวมถึงอินเดีย ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งเป้าไปที่การรื้อฟื้นนโยบายกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอัญมณี ปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันนี้
ด้านหุ้นบริษัทรับส่งอาหารออนไลน์ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Swiggy และ Eternal ร่วงลง 2.2% และ 3% ตามลำดับ
บริษัทหลักทรัพย์ Motilal Oswal ระบุว่า หากภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้ม (LPG) เชิงพาณิชย์อันเป็นผลจากสงครามยังคงยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของเดือนมี.ค. จะส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อของทั้ง Swiggy และ Eternal ลดลงชั่วคราว
ส่วนหุ้นสายการบิน Interglobe Aviation ร่วงลง 2.5% ท่ามกลางความกังวลเรื่องราคาน้ำมันดิบ ค่าเงิน และความไม่แน่นอนด้านทีมผู้บริหารตามการประเมินของ Citi Research และ Investec