ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (12 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า ขณะที่การตัดสินใจของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุด ไม่สามารถบรรเทาความตื่นตระหนกของตลาดเกี่ยวกับปัญหาอุปทานชะงักงันที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางได้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 54,452.96 จุด ร่วงลง 572.41 จุด หรือ -1.04%
หุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มเกษตรกรรมและประมง
ดีลเลอร์ระบุว่า ตลาดรับรู้ข่าวการระบายน้ำมันจากคลังสำรองแล้ว แต่ไม่ได้มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งก๊าซและน้ำมัน แทบจะถูกปิดตายในทางปฏิบัติ
บรรยากาศการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและการเทขายทำกำไร ได้กระตุ้นให้มีแรงเทขายออกมา หลังจากที่ดัชนีนิกเกอิพุ่งทะยานขึ้นเกือบ 2,300 จุดในช่วงสองวันที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของเงินเยนซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างญี่ปุ่น ก็ได้สกัดกั้นแรงซื้อเอาไว้
ความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงแต่เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งทวีความรุนแรงจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ได้แผ่ขยายวงกว้างออกไป ส่งผลให้มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มสถาบันการเงินออกมากดดันตลาด
มาโกโตะ เซนโกคุ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นอาวุโสจากสถาบันวิจัยโตไก โตเกียว กล่าวว่า "ตราบใดที่ต้นตอของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ตลาดก็ยิ่งถูกบีบให้ต้องประเมินความเป็นไปได้ที่ว่าสงครามจะยืดเยื้อออกไป แทนที่จะยุติลงได้ในระยะสั้น"