ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุด ขานรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ณ เวลา 19.12 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 234 จุด หรือ 0.50% สู่ระดับ 46,955 จุด
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงหลุดระดับ 99 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI หลุดระดับ 94 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดคลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน หลังสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยอนุญาตให้ประเทศอื่น ๆ สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในวันนี้ หลังทางการสหรัฐออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซีย โดยสหรัฐให้การผ่อนผันเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่กำลังอยู่ในทะเล
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐออกมาตรการดังกล่าวเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสมาชิกทั้ง 32 ประเทศของ IEA จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565 และเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองร่วมกันครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ IEA ถูกก่อตั้งขึ้นหลังช่วงวิกฤตน้ำมันในปี 2516
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังพากันขายทำกำไร หลังราคาน้ำมันพุ่งแตะ 120 ดอลลาร์/บาร์เรลก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนน้ำมันจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% เช่นกันในเดือนธ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. จากระดับ 0.4% ในเดือนธ.ค.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.0% ในเดือนธ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนม.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนธ.ค.