ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันอังคาร (17 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและหุ้นการเงินขนาดใหญ่ แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางยังคงรุนแรง ขณะที่นักลงทุนรอการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,403.60 จุด เพิ่มขึ้น 85.91 จุด หรือ +0.83% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันมากที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์
อิสราเอลเปิดเผยว่าได้สังหารหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านระบุว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อลดความตึงเครียดที่ส่งผ่านโดยประเทศตัวกลาง ส่งผลให้สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยยังไม่มีแนวโน้มยุติความขัดแย้งหรือการกลับมาเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.82% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้น BP และหุ้น Shell พุ่งขึ้นเกือบ 2% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 1.3% และเป็นแรงหนุนหลักของดัชนี FTSE 100
อัตราดอกเบี้ยของอังกฤษปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่าน โดยตลาดให้น้ำหนักประมาณ 50% ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ย.
นักลงทุนจับตาการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงถ้อยแถลงของผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแนวทางรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเกิดจากราคาพลังงาน
นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยกเลิกคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนเม.ย. หรือ มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม J.P. Morgan คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดปี 2569 และอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปในไตรมาสแรกของปี 2570
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Trustpilot พุ่งขึ้น 32% หลังแพลตฟอร์มรีวิวออนไลน์ระดับโลกระบุว่ากำไรประจำปีเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า