ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดร่วงลงเกือบ 2,000 จุดในวันนี้ (19 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่พุ่งทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสงครามในอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นระลอกใหม่ ขณะเดียวกันตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 74,750.92 จุด ลดลง 1,953.21 จุด หรือ -2.55%
หุ้นทั้ง 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักพร้อมใจกันเปิดตลาดในแดนลบ โดยกลุ่มการเงินร่วงลง 3% และกลุ่มธนาคารดิ่งลง 3.4%
หุ้น HDFC Bank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดและมีน้ำหนักในการคำนวณดัชนีมากที่สุด ทรุดตัวลงแรงถึง 8.7% หลังจาก อตนุ จักรบอร์ตี ประธานกรรมการแบบไม่เต็มเวลา ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งประเด็นดังกล่าวยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดดิ่งลงลึกกว่าเดิม
สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ลุกลามรุนแรงขึ้นเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) โดยอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้ที่แหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของตนถูกโจมตี ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งใหญ่
ขณะเดียวกัน เฟดได้ส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้ม (Hawkish) ในการประชุมเมื่อวันพุธ แม้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมก็ตาม โดยเฟดได้แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงจากสงครามในอิหร่านที่อาจผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปนั้น ส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อย่างอินเดียมีความน่าสนใจลดลงในสายตานักลงทุนต่างชาติ