ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ (19 มี.ค.) โดยดัชนีนิกเกอิดิ่งลงกว่า 3% ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับจุดยืนนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการคงอัตราดอกเบี้ย รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียดขึ้นในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 53,372.53 จุด ร่วงลง 1,866.87 จุด หรือ -3.38%
หุ้นที่ร่วงลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ กลุ่มค้าส่ง รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่าย เนื่องจากขาดปัจจัยบวกหนุนตลาด ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากภาวะเงินเฟ้อยังคงกดดันตลาด ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูง
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงสั้น ๆ เมื่อคืนนี้ ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น หลังจากมีรายงานว่าอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน และอิหร่านได้ขู่ที่จะตอบโต้กลับ
มาซาฮิโระ ยามากูจิ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของธนาคาร SMBC Trust Bank กล่าวว่า "เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 3 วัน แรงเทขายจึงเร่งตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนพากันปรับลดสถานะความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลที่ยังคงคุกรุ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิบัติการทางทหารในช่วงสุดสัปดาห์นี้"
โบรกเกอร์ระบุว่า ตลาดหุ้นยังได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่แผ่วลงเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโตเกียวก่อนหน้านี้ หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางจะไม่รีบร้อนปรับลดอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.75% หลังเสร็จสิ้นการประชุมระยะเวลา 2 วัน และเฟดก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดเพียงจำกัด เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะรอดูท่าทีของคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ซึ่งจะจัดการแถลงข่าวหลังปิดตลาด