ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันนี้ (20 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางทั่วโลกเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูง ขณะเดียวกัน IMF ก็เตือนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นเวลานานอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นและทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 25,277.32 จุด ลดลง 223.26 จุด หรือ -0.88%
หุ้น Xiaomi ดิ่งลง 7.8%, SMIC ร่วงลง 4.9%, China Unicom ปรับตัวลง 4.5% และ Sunny Optical ลดลง 3.5%
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล เนื่องจากสงครามส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้น และคาดว่าจะผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้
พาวเวลยังกล่าวด้วยว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ไม่ได้ลดลงรวดเร็วอย่างที่คาดหวังไว้ และเฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอยู่ในช่วงขาลงและความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยาก
ขณะเดียวกัน จูลี โคแซก โฆษกหญิงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า IMF กำลังติดตามสถานการณ์ของสงครามอิหร่านและผลกระทบที่ทำให้การผลิตพลังงานเผชิญภาวะชะงักงัน พร้อมเตือนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นเวลานานอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นและทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โฆษก IMF กล่าวว่า ผลกระทบของสงครามจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขตของความขัดแย้ง โดย IMF จะนำผลกระทบจากสงครามบรรจุไว้ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับปรับปรุง ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนเม.ย. ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก