ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (12 ส.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย แม้ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.19% แตะที่ระดับ 100.01
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.49 เยน จากระดับ 159.26 เยนในวันอังคาร (11 ส.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8137 ฟรังก์ จากระดับ 0.8112 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3947 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3920 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1521 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1540 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3488 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3503 ดอลลาร์
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย โดยมีรายงานว่ากลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบบับเอลมันเดบ และยังได้โจมตีเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบดังกล่าวเช่นกัน
ทั้งนี้ ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก เชื่อมระหว่างอ่าวเอเดนกับตอนใต้ของทะเลแดง และเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งพลังงาน รวมถึงการค้าระหว่างประเทศที่เข้าและออกจากคลองสุเอซ
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านและสหรัฐฯ ไม่มีการหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากในมุมมองของอิหร่านนั้น ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มีการระบุวันเริ่มต้น จึงไม่มีเหตอันใดที่จะต้องขยายเวลาออกไป
ทั้งนี้ ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แม้สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.5% ในเดือนมิ.ย. และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนก.ค.ขยับขึ้นเพียง 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี โดยตัวเลขดังกล่าวนี้ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดว่ามีโอกาสเพียง 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 46% ก่อนที่จะมีการเปิดเผยดัชนี CPI
โดย รัตนา พงศ์ทวิช