ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (24 มี.ค.) หลังเคลื่อนไหวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนประเมินความหวังต่อการลดความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง เทียบกับความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะยาว
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 579.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.50 จุด หรือ +0.43%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,743.92 จุด เพิ่มขึ้น 17.72 จุด หรือ +0.23%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,636.91 จุด ลดลง 16.95 จุด หรือ -0.07% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 9,965.16 จุด เพิ่มขึ้น 71.01 จุด หรือ +0.72%
หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและพลังงานนำการปรับตัวขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 2.5% และ 2.4% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมลดลง 1.1% และกลุ่มการเงินปรับตัวลง 0.7%
กลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการ ซึ่งอ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากแรงขายก่อนหน้านี้ ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1%
ตลาดแกว่งตัวขึ้นลงตลอดสัปดาห์นี้ จากการเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างรวดเร็วระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
เมื่อวันจันทร์ (23 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ ได้มีการเจรจากับอิหร่านแล้ว หลังสงครามยืดเยื้อมากกว่า 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะ
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก ถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางยังถูกโจมตี ส่งผลให้ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอีกระลอก
นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ระบุว่า สมมติฐานพื้นฐานเกี่ยวกับทิศทางราคาพลังงานได้ปรับสูงขึ้น และความเสี่ยงทั้งในกรณีที่สถานการณ์ยกระดับหรือคลี่คลาย ต่างก็เพิ่มขึ้น เนื่องจากผลกระทบได้ขยายจากช่องแคบไปสู่ภาคการผลิตแล้ว
เศรษฐกิจยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างมาก และหากเกิดภาวะช็อกด้านอุปทานอย่างต่อเนื่อง อาจผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบจากสงครามสะท้อนผ่านผลสำรวจที่พบว่า การเติบโตของภาคเอกชนในยูโรโซนชะลอตัวลงอย่างมากในเดือนมี.ค. ขณะที่ข้อมูลในเยอรมนีชี้ว่า ภาคเอกชนขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และฝรั่งเศสหดตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.
ตลาดกำลังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2569 ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากก่อนเกิดความขัดแย้ง ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปี
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Puig พุ่งขึ้น 13% หลัง Estee Lauder และกลุ่มความงามจากสเปนประกาศว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับการควบรวมกิจการที่เป็นไปได้
หุ้น INWIT บริษัทเสาสัญญาณโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของอิตาลี พุ่งขึ้น 9.9% จากรายงานเกี่ยวกับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ
ในทางตรงกันข้าม หุ้น Bellway ร่วงลง 17.5% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณ 2569
หุ้น SAP ร่วงลง 4% หลัง J.P. Morgan ปรับลดคำแนะนำลงทุนสู่ระดับเป็นกลางจากเดิมที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ส่งผลกดดันให้ดัชนี DAX ของเยอรมนีปรับลดลง