ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 230.58 จุด หลังซื้อขายผันผวน-ยังวิตกตะวันออกกลาง

ข่าวต่างประเทศ Friday March 27, 2026 15:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบหลังแกว่งตัวผันผวนในวันนี้ (27 มี.ค.) โดยดัชนีนิกเกอิพลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกได้ในช่วงสั้น ๆ หลังจากร่วงลงไปกว่า 2% เนื่องจากความไม่แน่นอนเรื่องแนวโน้มการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางถูกชดเชยด้วยแรงซื้อเพื่อรับสิทธิเงินปันผลก่อนสิ้นสุดปีงบการเงิน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 53,373.07 จุด ลดลง 230.58 จุด หรือ -0.43%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มการขนส่งทางทะเล ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลงได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็กและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ตลาดยังคงระมัดระวังโอกาสในการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราของทางการ หลังจากซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ออกมาเตือนถึงโอกาสในการใช้มาตรการ "เด็ดขาด" เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินเยน

แรงขายกดดันตลาดอย่างหนักในช่วงเช้า โดยนักลงทุนกังวลเรื่องภาคธุรกิจอาจได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาพลังงานเป็นปัจจัยเร่งให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นตามไปด้วย หลังจากสัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้นแตะระดับ 94.48 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนวานนี้

โบรกเกอร์ระบุว่า ความหวาดหวั่นเรื่องสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจบานปลายยิ่งขึ้น ได้เข้ามากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยรายงานระบุว่า รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จึงออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) เรียกร้องให้อิหร่าน "มีความจริงจังให้เร็วกว่านี้" เกี่ยวกับการเจรจา

มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ (Nomura Securities) ให้ความเห็นว่า "เรามักจะเห็นการปรับโพสิชันของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ ท่ามกลางสถานการณ์ในอิหร่านที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้"

อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่าย ดัชนีขยับเข้าสู่แดนบวกจากแรงซื้อเพื่อรับสิทธิเงินปันผล รวมถึงแรงซื้อหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง

ทางด้านมาซาฮิโระ ยามากูจิ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของธนาคาร SMBC Trust Bank กล่าวว่า "ความเชื่อมั่นของนักลงทุนนั้นแตกออกเป็นสองขั้ว" พร้อมระบุว่า ภาวะหุ้นแพงเกินจริงในช่วงก่อนหน้านี้ได้บรรเทาลงแล้ว แต่ยังมีการคาดการณ์เรื่องต้นทุนพลังงานในระดับสูงอย่างยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวเลขคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนย่ำแย่ลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ