ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงในภาคเช้าวันนี้ (30 มี.ค.) โดยในระหว่างการซื้อขายช่วงเช้าดัชนีได้ดิ่งลงไปกว่า 5% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสัญญาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น และความไม่แน่นอนของแนวโน้มสงครามในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 50,936.13 จุด ลดลง 2,436.94 จุด หรือ -4.57%
ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะช่วงกลางระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงสั้น ๆ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐมีแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ดี สกุลเงินของญี่ปุ่นได้กลับมาแข็งค่าขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายค่าเงินของญี่ปุ่นออกมาเตือนว่าจะดำเนินมาตรการ "ขั้นเด็ดขาด" เพื่อรับมือกับการเก็งกำไร ท่ามกลางความตื่นตระหนกของตลาดเกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่นด้วยการเข้าซื้อเงินเยน
โบรกเกอร์เปิดเผยว่า บรรดานักลงทุนต่างเทขายสินทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้า ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความกังวลว่าปัญหาเงินเฟ้อที่ตามมาอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน
ความกังวลด้านเงินเฟ้อดังกล่าวยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 2.390% ในระหว่างการซื้อขาย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2542 เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรและต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูงมาก
นอกจากนี้ ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานน้ำมันที่ทวีความรุนแรงขึ้น กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิหร่านได้ประกาศว่าจะเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ยิ่งกระพือความวิตกในตลาดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบของโลกในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายในทางปฏิบัติไปแล้ว
ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานออกไปแล้วก็ตาม