ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (30 มี.ค.) โดยในระหว่างวันดัชนีได้ดิ่งลงไปกว่า 5% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสัญญาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น และความหวังที่ริบหรี่ลงว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติลงในเร็ววัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบรรยากาศการลงทุน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 51,885.85 จุด ลดลง 1,487.22 จุด หรือ -2.79%
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง และกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
โบรกเกอร์เปิดเผยว่า ปฏิกิริยาหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้แพร่กระจายไปทั่วตลาดหุ้น หลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้เกิดความกังวลว่าปัญหาเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น
นอกจากนี้ โบรกเกอร์ยังระบุว่า การที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิหร่านได้เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ ได้ยิ่งกระพือความวิตกในตลาดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบของโลกในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายในทางปฏิบัติไปแล้ว
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นได้ลดช่วงลบลงในภาคบ่าย หลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI อ่อนตัวลงเล็กน้อย แม้ว่าจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลก็ตาม
มาซาฮิโระ อิจิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจากบลจ. ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส กล่าวว่า "ความกังวลของนักลงทุนยังไม่ได้คลี่คลายลงอย่างเต็มที่" เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าที่ชัดเจนในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ทางด้าน โทชิกาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นจาก IwaiCosmo Securities Co. กล่าวว่า "เนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นคืนที่บริเวณใกล้ระดับ 50,000 จุด จึงมีความเป็นไปได้ว่าตลาดได้แสดงสัญญาณของการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว" แต่เขากล่าวเสริมว่าทิศทางของตลาดจะยังคงถูกขับเคลื่อนโดยพัฒนาการของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อไป