อักมาล นัสรุลเลาะห์ โมห์ด นาซีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ราคาปุ๋ยและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับอาหารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าราคาปุ๋ยจะเพิ่มขึ้น 15-20% ขณะที่ต้นทุนอาหารอาจพุ่งสูงขึ้นราว 8% เนื่องจากมาเลเซียต้องพึ่งพาการนำเข้าปัจจัยการผลิตในปริมาณมาก
อักมาลแถลงต่อรัฐสภาในวันนี้ (29 มิ.ย.) ว่า มาเลเซียนำเข้าปุ๋ยประมาณ 63% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ส่งผลให้ภาคการเกษตรมีความเปราะบางต่อความผันผวนและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสภาพคล่องทางการเงินจำกัด และจะเผชิญแรงกดดันด้านกระแสเงินสดมากขึ้น หากต้นทุนการผลิตยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงด้านสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ควบคุมราคาสินค้าพื้นฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคา
รมว.เศรษฐกิจมาเลเซียกล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้วางแนวทางรับมือวิกฤตอุปทานโลกที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปัจจุบันปริมาณข้าวสารในประเทศ รวมถึงคลังสำรอง มีเพียงพอสำหรับการบริโภค 5-6 เดือน ส่วนอาหารจำเป็นอื่น ๆ เช่น เนื้อไก่ ไข่ ปลา นม และผลไม้ มีเพียงพออย่างน้อย 1 เดือน
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการรับมือของรัฐบาลแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครองประชาชน, การรักษาเสถียรภาพด้านอุปทานและราคา, การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และภาคอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยรัฐบาลจะยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือเงินสดแบบเฉพาะกลุ่มและอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป