ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันอังคาร (7 เม.ย.) จากแรงขายในวงกว้าง ขณะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก่อนถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่เห็นสัญญาณของการประนีประนอม
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,348.79 จุด ลดลง 87.50 จุด หรือ -0.84%
ทรัมป์ขู่ว่า อารยธรรมทั้งหมดจะพินาศในคืนนี้ หลังอิหร่านยังไม่แสดงสัญญาณว่าจะยอมรับคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเย็นวันอังคาร ตามเวลาสหรัฐฯ
ทรัมป์ได้ให้เวลาอิหร่านจนถึง 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ในวันอังคาร หรือ 7.00 น.ตามเวลาไทยในวันพุธ (8 เม.ย.) เพื่อยุติการปิดกั้นการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
การซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนกลับมาคึกคักในวันอังคาร หลังจากตลาดปิดทำการช่วงวันหยุดยาว ซึ่งรวมถึงวัน Good Friday และ Easter Monday
หุ้นกลุ่มการบินและกลาโหม ร่วงลง 2.6% ขณะที่หุ้น Rolls-Royce ร่วง 3.9%
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการ ลดลง 1.9% โดยเฉพาะหุ้นสายการบินที่ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนในอิหร่าน
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซปรับตัวขึ้น 0.8% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ลดลง 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มยาและเทคโนโลยีชีวภาพลดลง 2.2%
ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าธุรกิจในภาคบริการของอังกฤษรายงานต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดในเดือน มี.ค. นับตั้งแต่ปี 2564
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนจับตา เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)