ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวพุ่งขึ้นไปกว่า 5% ในวันนี้ (8 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดแตะระดับ 56,308.42 จุด พุ่งขึ้น 2,878.86 จุด หรือ +5.39%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขกับอิหร่านเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนตลาดหุ้นโตเกียวเปิดทำการ เป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นไปเกือบ 3,000 จุดในระหว่างวัน
โบรกเกอร์ระบุว่า นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นเพราะมีความหวังว่าอุปทานน้ำมันดิบจะกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่ารัฐบาลเตหะรานต้องยอมให้เรือพาณิชย์สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายคึกคักในตลาดยังรับปัจจัยบวกจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ทรุดตัวหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทางด้าน โทชิกาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ IwaiCosmo Securities Co. กล่าวว่า "นักลงทุนอาจรู้สึกว่าต้องรีบตัดสินใจ เพราะไม่อยากพลาดจังหวะเข้าซื้อ" หลังจากตลาดหุ้นผันผวนตามสถานการณ์สงครามอิหร่านที่พลิกผันไปมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.พ.
อย่างไรก็ดี มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ (Nomura Securities) ชี้ให้เห็นว่า ผู้ร่วมตลาดยังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นอย่างถาวรหรือไม่ พร้อมเปิดเผยว่า "ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบยังคงมีอยู่ และยังไม่ชัดเจนว่าจะมีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศหรือไม่"