ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (13 เม.ย.) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 27 ปีในช่วงสั้น ๆ เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดที่ระดับ 56,502.77 จุด ลดลง 421.34 จุด หรือ -0.74%
ในตลาดไพรม์ (Prime Market) กลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงนำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มการขนส่งทางอากาศ รวมถึงกลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ
นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อเทียบกับสกุลเงินของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน หลังการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปากีสถานไม่ประสบความสำเร็จ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 2.490% ในระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2542 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ราคาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะยานขึ้น โดยราคากลับมาสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม การลดลงของตลาดหุ้นยังอยู่ในวงจำกัด โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังในการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากปากีสถานแสดงเจตจำนงที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาต่อไป