ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการไล่ซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ช่วยพยุงตลาดไว้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 59,585.86 จุด เพิ่มขึ้น 236.69 จุด หรือ +0.40% หลังจากทะยานแตะจุดสูงสุดระหว่างวันได้ชั่วขณะ
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดคือกลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวลงคือหุ้นกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ภาพรวมการซื้อขายในวันนี้ ดัชนีเปิดตลาดในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังคณะผู้แทนเจรจาสันติภาพของสหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการเดินทาง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่าจะขยายเวลาหยุดยิงออกไป
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบิ๊กแคป โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ ที่นักลงทุนเข้าซื้อดักหน้าฤดูกาลประกาศผลประกอบการ เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวโน้มกำไรของบริษัทกลุ่มนี้ นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อหุ้น SoftBank Group เข้ามาช่วยหนุน ก่อนที่ตลาดจะลดช่วงบวกลงบ้างในภาคบ่ายจากความกังวลเรื่องภาวะตลาดที่อาจร้อนแรงเกินไป
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ โทชิคาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิ คอสโม ระบุว่า "ตลาดกำลังเคลื่อนไหวตามความคาดหวังที่ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในที่สุด แม้สถานการณ์อาจมีความพลิกไปพลิกมาอยู่บ้างก็ตาม"
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ที่ประเมินว่า "หากพิจารณาจากโพสต์บนโซเชียลมีเดียของปธน.ทรัมป์และรายงานข่าวจากหลายสำนัก ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างไม่มีท่าทีต้องการยกระดับความขัดแย้งจนนำไปสู่การปะทะกันรอบใหม่"