ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันพุธ (22 เม.ย.) โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นการเงินขนาดใหญ่กดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนติดตามข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางที่ยังเปราะบาง และประเมินข้อมูลเงินเฟ้อภายในประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,476.46 จุด ลดลง 21.63 จุด หรือ -0.21%
อิหร่านเพิ่มการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ยังมีความไม่แน่นอนว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าเรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันกดดันหุ้นสายการบิน โดยหุ้น IAG เจ้าของสายการบิน British Airways ร่วงลง 3.4% ขณะที่หุ้น EasyJet ลดลง 2.8% และ Wizz Air ลดลง 1.6%
ส่วนหุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่อาทิ หุ้น BP และหุ้น Shell ปรับตัวขึ้น 1.6% และ 0.7% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเหมือง อาทิ Fresnillo, Rio Tinto, Glencore และ Anglo American ปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 2% ถึง 3% ตามการปรับขึ้นของราคาทองคำและโลหะพื้นฐาน
ข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. จาก 3% ในเดือนก.พ. ซึ่งสะท้อนผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อระดับราคา
บริษัท Reckitt ผู้ผลิตสบู่ Dettol และถุงยางอนามัย Durex รายงานรายได้รายไตรมาสต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นร่วงลง 4.6%
หุ้น Bunzl ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ธุรกิจ ปรับตัวขึ้น 2.1% หลังรายงานรายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้น JD Sports ร่วงลงประมาณ 4% หลัง แอนดรูว์ ฮิกกินสัน ประธานบริษัทมีแผนลาออก
หุ้น Quilter พุ่งขึ้น 5.1% หลังบริษัทบริหารสินทรัพย์รายงานเงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาสแรกทำสถิติสูงสุดที่ 3.1 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ