ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ ขณะ S&P500Nasdaq ทำนิวไฮ รับความหวังเจรจาสหรัฐฯอิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Saturday April 25, 2026 06:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (24 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติสงคราม รวมทั้งการพุ่งขึ้นของหุ้น Intel ซึ่งช่วยหนุนแรงบวกในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,230.71 จุด ลดลง 79.61 จุด หรือ -0.16%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,165.08 จุด เพิ่มขึ้น 56.68 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,836.60 จุด เพิ่มขึ้น 398.09 จุด หรือ +1.63%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.44%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.55% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5%

ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567 ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์

แหล่งข่าวจากรัฐบาลปากีสถานระบุว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ในวันศุกร์ เพื่อหารือข้อเสนอในการเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง

นอกจากนี้ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ จะเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดในเช้าวันเสาร์ (25 เม.ย.) เพื่อเจรจากับอิหร่านโดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง

ตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความหวังว่าสงครามอิหร่านกำลังใกล้ได้รับการแก้ไข รวมถึงความคาดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นถูกจำกัดในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพลดลง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดของปี ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor เพิ่มขึ้น 4.32% ทำสถิติปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนาน 18 วันติดต่อกัน

หุ้น Intel พุ่งขึ้น 23.65% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 82.57 ดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาด

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในด้าน AI CapEx ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Amazon, Google, Microsoft และ Meta กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และสิ่งนี้กำลังผลักดันให้หุ้นกลุ่มชิป บริษัทผู้รับจ้าง และบริษัทอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น

บริษัทผลิตชิปอื่น ๆ อย่าง AMD และ Arm ต่างปรับตัวขึ้นราว 14% ขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ พุ่งขึ้น 4.32% และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยเข้าใกล้มูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 2.46% และเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มหลักของ S&P โดยหุ้นเทคโนโลยียังสามารถรับมือกับการเปิดตัวตัวอย่างโมเดลใหม่ที่ได้รับความคาดหวังสูงจากบริษัท DeepSeek ของจีนได้

ความสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนผ่านผู้นำของธนาคารกลาง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะปิดการสอบสวน เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคต่อการรับรอง เควิน วอร์ช ผู้ที่ทรัมป์เสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME ระบุว่า ตลาดกำลังประเมินความเป็นไปได้ราว 39% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 23% ในช่วงก่อนหน้า

การเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยพยุงตลาดหุ้นท่ามกลางข่าวเกี่ยวกับอิหร่านที่ผันผวน โดยคาดการณ์การเติบโตของผลกำไรในไตรมาส 1 ขณะนี้อยู่ที่ 16.1% ตามข้อมูลของ LSEG เพิ่มขึ้นจาก 14.4% ที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นเดือนเม.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ