ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันนี้ (4 พ.ค.) หลังรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรือรบของสหรัฐฯ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และลดทอนแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อนหน้า
ณ เวลา 23.00 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 429.90 จุด หรือ -0.87% สู่ระดับ 49,069.37 จุด, ดัชนี S&P500 ลดลง 32.63 จุด หรือ -0.45% สู่ระดับ 7,197.49 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 101.96 จุด หรือ -0.41% สู่ระดับ 25,012.49 จุด
อิหร่านระบุว่า ได้บังคับให้เรือรบของสหรัฐฯ หันหัวเรือกลับ หลังพยายามเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ฟาร์ส สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า มีขีปนาวุธ 2 ลูกพุ่งชนเรือรบดังกล่าว แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานดังกล่าว
ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ 3 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่านเหนือเขตน่านน้ำของประเทศได้ ขณะที่อีก 1 ลูกตกลงในทะเล
ความปั่นป่วนดังกล่าวทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน หลังตลาดได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน โดยนักลงทุนกำลังประเมินถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงของการยกระดับความขัดแย้งอีกครั้ง
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ยังคงกดดันเศรษฐกิจโลก เนื่องจากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้น 5.4% ในวันนี้ และซื้อขายอยู่เหนือระดับ 114 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 มี 10 กลุ่มที่ปรับตัวลง ขณะที่ดัชนีความผันผวนซึ่งถูกมองว่าเป็นดัชนีความกลัวของตลาด เพิ่มขึ้น 1.44 จุด สู่ระดับ 18.39