ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก $1.07 หวั่นฮอร์มุซปิดยาวเสี่ยงกระทบอุปทานน้ำมันโลก

ข่าวต่างประเทศ Wednesday August 12, 2026 06:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (11 ส.ค.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดทำการ และส่งผลให้ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไป

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 83.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.19 ดอลลาร์ หรือ 1.36% ปิดที่ 88.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ หรือนับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. และเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์ (10 ส.ค.) โดยราคาน้ำมันทั้งสองประเภททะยานขึ้นกว่า 5% ในวันดังกล่าว เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังน้อยลงเกี่ยวกับการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

โมฮัมหมัด บาเกอร์ ซอลกอดร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติสงคราม โดยเงื่อนไขเหล่านี้รวมถึงการที่สหรัฐฯ ต้องยุติการข่มขู่อิหร่าน ยุติการรุกรานอิหร่านและพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน ปาเลสไตน์ เยเมน และอิรัก ตลอดจนยกเลิกการปิดล้อมและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

ถ้อยแถลงของเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิดให้เรือสัญจรหากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติความขัดแย้งที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 6 ลำในวันจันทร์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 11 ลำ โดยก่อนเกิดสงครามนั้น การจราจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 125 140 ลำต่อวัน

ด้านกองทัพยูเครนได้เข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองออร์สค์ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในภูมิภาคโอเรนเบิร์กและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญ ทั้งนี้ การที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ประกอบกับสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลกและส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2568 รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย และเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร หรือโอเปกพลัส

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ