ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน
ณ เวลา 20.42 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 119.35 จุด หรือ 0.24% สู่ระดับ 49,061.25 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้น 0.66% และ 0.96% ตามลำดับ
ราคาหุ้นของไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 1/2569 โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวและที่บริษัทเข้าซื้อกิจการ
นอกจากนี้ ยารุ่นเก่าที่มียอดขายสูง รวมทั้ง เอลิควิส (Eliquis) ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด ก็มีส่วนช่วยผลักดันผลประกอบการ และชดเชยการลดลงของรายได้จากวัคซีนโควิด-19 และแพกซ์โลวิด (Paxlovid) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 112 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI หลุด 103 ดอลลาร์ หลังสหรัฐใช้ปฏิบัติการ Project Freedom เพื่อนำเรือที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า "เรือพาณิชย์สหรัฐ 2 ลำ พร้อมทั้งเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเส้นทางเดินเรือดังกล่าวสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ"
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 73,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3%