ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 2% ในวันพุธ (6 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติสงคราม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผลักดันราคาพลังงานและกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,438.66 จุด เพิ่มขึ้น 219.55 จุด หรือ +2.15%
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงราว 7% หลังอิหร่านระบุว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ภายหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้บรรลุการทำบันทึกข้อตกลงความยาว 1 หน้าเพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซีย
หุ้นเกือบทุกกลุ่มหลักในตลาดอังกฤษปรับตัวขึ้น ยกเว้นกลุ่มพลังงาน โดยดัชนีหุ้นพลังงานร่วงลงเกือบ 3.3% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
ส่วนกลุ่มที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะ กลุ่มธนาคาร กลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการ และกลุ่มที่อยู่อาศัย ต่างปรับตัวขึ้น
นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในปีนี้ โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยรวม 0.50% ภายในสิ้นปี 2569 ลดลงจากมากกว่า 0.60% ที่ประเมินไว้เมื่อวันอังคาร
ผลสำรวจที่ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจาก S&P Global ระบุว่า บริษัทภาคบริการของอังกฤษรายงานแรงกดดันด้านต้นทุนที่เร่งตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามอิหร่านผลักดันราคาเชื้อเพลิงและวัตถุดิบให้สูงขึ้น
การเลือกตั้งท้องถิ่นที่สำคัญในวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) อาจทำให้พรรคแรงงานของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ สูญเสียคะแนนเสียงจำนวนมาก หลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวหลายกรณีและเสียงวิจารณ์ว่าพรรคไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้
บรรดานักลงทุนจะจับตาสัญญาณใด ๆ ที่อาจบ่งชี้ว่า สตาร์เมอร์อาจถูกแทนที่
หุ้น Diageo พุ่งขึ้น 6.4% หลังผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มียอดขายไตรมาส 3 สูงกว่าคาดการณ์
หุ้น Next พุ่งขึ้น 4.4% หลังผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าระบุว่าจะรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่านด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้าเล็กน้อยในตลาดต่างประเทศบางแห่ง พร้อมรายงานยอดขายไตรมาสแรกที่ดีกว่าคาด