ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก รับความหวังอิหร่าน-สหรัฐฯ บรรลุดีลสันติภาพยุติสงคราม

ข่าวต่างประเทศ Thursday May 7, 2026 09:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (7 พ.ค.) นำโดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 61,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อปิดฉากสงครามที่ยืดเยื้อ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 60,241.31 จุด เพิ่มขึ้น 728.19 จุด หรือ +1.22% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 2,261.87 จุด หรือ +3.80% แตะที่ระดับ 61,774.99 จุด

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,531.35 จุด เพิ่มขึ้น 317.57 จุด หรือ +1.21% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,168.45 จุด เพิ่มขึ้น 8.28 จุด หรือ +0.19%

ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียดีดตัวขึ้นกว่า 1% และดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 1.17%

Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวันพุธ (6 พ.ค.) ว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในรูปแบบของบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ข้อเพื่อยุติสงคราม และวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยสหรัฐฯ คาดหวังจะได้รับคำตอบจากอิหร่านในหลายประเด็นสำคัญภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า

ด้านสำนักข่าว ISNA ของอิหร่านรายงานในวันพุธว่า เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ และจะส่งคำตอบผ่านทางปากีสถาน หลังจากการพิจารณาเสร็จสิ้นลง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าสงครามอิหร่านใกล้จะยุติลง แม้มีกระแสข่าวด้านลบจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า อิหร่านจะถูกทิ้งระเบิด "ในระดับที่รุนแรงกว่าเดิมมาก" หากล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ปธน.ประธานาธิบดีระบุในโพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันพุธว่า หากอิหร่านยอมปฏิบัติตามข้อเสนอของสหรัฐฯ สงครามก็จะยุติลง พร้อมกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

"หากสมมติว่าอิหร่านยอมปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งอาจเป็นสมมติฐานที่ใหญ่พอสมควร ปฏิบัติการ Epic Fury ซึ่งได้กลายเป็นตำนานแล้ว ก็จะยุติลง และการปิดล้อมที่มีประสิทธิภาพสูงจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้ทุกฝ่ายใช้งานได้อีกครั้ง รวมทั้งอิหร่านด้วย แต่หากพวกเขาไม่ยอมตกลง การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้นขึ้น และน่าเสียดายที่มันจะรุนแรงและเข้มข้นกว่าที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างมาก" ปธน.ทรัมป์กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ