ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่งกว่า 2% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระดับใหม่ในวันนี้ (13 พ.ค.) โดยฟื้นตัวหลังจากเปิดตลาดร่วงลง 1.69% เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ ขณะเดียวกันก็มีมุมมองบวกเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ระดับ 7,844.01 จุด เพิ่มขึ้น 200.86 จุด หรือ +2.63%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค. ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อสูงอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี นักลงทุนมีมุมมองบวกว่าการพบกันของผู้นำจีนและสหรัฐฯ อาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านได้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และประชุมสุดยอดร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าปธน.ทรัมป์อาจขอให้จีนช่วยโน้มน้าวอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดและเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน
หุ้นเทคโนโลยี Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 1.79%, SK hynix พุ่งขึ้น 7.68%, SK Square ทะยาน 5.68% และ Samsung Electro-Mechanics พุ่งขึ้น 7.41%
หุ้นยานยนต์ Hyundai Motor พุ่งขึ้น 9.91% และ Kia ทะยาน 6.65% ขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีก Shinsegae พุ่งขึ้น 9.29% และ Lotte Shopping เพิ่มขึ้น 5.54%