ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ จับตาเจรจาสหรัฐฯ-จีน

ข่าวต่างประเทศ Friday May 15, 2026 06:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 616.05 จุด เพิ่มขึ้น 9.42 จุด หรือ +1.55%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,082.27 จุด เพิ่มขึ้น 74.30 จุด หรือ +0.93%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,456.26 จุด เพิ่มขึ้น 319.45 จุด หรือ +1.32% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,372.93 จุด เพิ่มขึ้น 47.63 จุด หรือ +0.46%

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.6% นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยหุ้น STMicroelectronics ปรับตัวขึ้น 5.4%, BE Semiconductor เพิ่มขึ้น 3.3% และ Infineon พุ่งขึ้น 5.7%

ดัชนี DAX ของเยอรมนีปรับตัวขึ้น 1.3% และเป็นตลาดที่หนุนภูมิภาคมากที่สุด โดยหุ้น SAP พุ่งขึ้น 3.6% หลัง Bank of America ระบุว่า ธุรกิจคลาวด์ของบริษัทที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงยอดงานในมือที่เพิ่มขึ้นราว 25% อาจช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตเป็นเลขสองหลัก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโอกาสจากการใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การที่ยุโรปมีบริษัทด้านฮาร์ดแวร์ AI อยู่ในสัดส่วนต่ำกว่าสหรัฐฯ และเอเชียอย่างมาก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากยังมองหาการลงทุนในตลาดนอกยุโรป

นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo Investment Institute กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยที่กดดันยุโรปมาตลอด 4 ปี นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในช่วงปลายปี 2565 และยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดยุโรปให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดอื่น นอกจากนี้ ระยะหลังยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานและความไม่แน่นอนทางการเมือง

สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศล่าสุดในยุโรปที่เผชิญความปั่นป่วนทางการเมือง หลัง เวส สตรีตติง รัฐมนตรีสาธารณสุขจากพรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรครัฐบาลลาออก ส่งผลให้เกิดข้อกังขาต่อภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์

นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาการประชุมทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กรุงปักกิ่ง โดยหวังว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะสามารถผลักดันให้จีนโน้มน้าวอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์จาก RBC Wealth Management กล่าวว่า ตลาดกำลังรอความคืบหน้าจากการประชุมในจีน และทุกสายตายังคงจับจ้องวิกฤตในตะวันออกกลางเพื่อรอการคลี่คลายอย่างแท้จริง

ด้านหุ้น Burberry ร่วงลง 6.8% หลังรายงานยอดขายไตรมาส 4 เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่หุ้น Watches of Switzerland พุ่งขึ้น 19.2% หลังคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานทั้งปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

ส่วนหุ้น 3i Group ดิ่งลง 12.7% หลังยอดขายสาขาเดิมของบริษัท Action ซึ่งเป็นบริษัทหลักในพอร์ตการลงทุน ชะลอตัวเหลือ 2.4% ในช่วง 19 สัปดาห์จนถึงวันที่ 10 พ.ค. เทียบกับ 6.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในด้านนโยบายการเงินนั้น ฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ โดยปัจจุบันตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ